menu
หน้าแรก ข่าวผู้บริหาร ข่าวการวิจัย บุคคลเด่น มช. ข่าวอบรม สัมมนา ดาวน์โหลด ติดต่อเรา บุคลากร
 

มช.พัฒนาวิธีจัดฟันให้ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่

การจัดฟันไม่ได้จำกัดเฉพาะคนปกติเท่านั้น แต่ทุกวันนี้ยังครอบคลุมถึงผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ เพื่อสร้างรอยยิ้มที่สวยงามได้เช่นเดียวกับคนทั่วไป

        ปัจจุบันการรักษาฟันมีการพัฒนาทั้งทางวัสดุและวิธีการทำให้ง่าย รวมทั้งแก้ปัญหาฟันให้ดูสวยงามกลมกลืนเป็นธรรมชาติมากขึ้นด้วยวิธีต่างๆ เช่น การจัดฟัน หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องของเด็กหรือวัยรุ่น แต่ทุกวันนี้คนที่มารับการจัดฟันเป็นผู้ใหญ่ถึง 20-30% เพื่อแก้ไขฟันเก ปิดช่องว่างระหว่างฟัน เพื่อปรับรอยยิ้มให้ดูดีขึ้น
        ในส่วนของผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ ซึ่งเป็นภาวะหรือโรคที่พบบ่อย มีอุบัติการณ์ประมาณ 1 ต่อ 700 แต่จะพบมากขึ้นถ้ามีประวัติของโรคดังกล่าวในครอบครัว การรักษาส่วนใหญ่จะนึกถึงแต่การผ่าตัดเพื่อแก้ไขปากแหว่ง/เพดานโหว่ แต่ส่วนอื่นๆ ที่ไม่ค่อยทราบกัน คือ ปัญหาการพูด การเคี้ยวอาหาร สภาพจิตใจและภาพลักษณ์ต่อสายตาคนทั่วไป
 เนื่องจากผู้ป่วยจะมีการขึ้นของฟันผิดปกติ โดยฟันจะงอกซ้อนเข้าไปในช่องเพดานโหว่และยังคงมีรูทะลุระหว่างช่องปากกับช่องจมูก มีรอยแยกบริเวณริมฝีปากด้านบนกระดูกเบ้าฟัน และเพดานปาก รวมทั้งมีปัญหาต่อเนื่องตามมาเมื่อโตขึ้น เช่น การเรียงตัวของฟันและการสบฟันที่ผิดปกติ สุขภาพอนามัยช่องปากไม่ดี
        ความผิดปกติในการพูดรวมถึงความผิดปกติของการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรบน โดยพบบ่อยเป็นอันดับ 4 ของความผิดปกติในเด็กแรกเกิดหรือประมาณ 1 ต่อ 700 ของเด็กเกิดใหม่ ทั้งนี้ การดูแลรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่จะประกอบไปด้วยทีมแพทย์หลากหลายสาขา ได้แก่ ศัลยแพทย์ช่องปากและใบหน้า หรือศัลยแพทย์พลาสติก ทันตแพทย์จัดฟัน ทันตแพทย์เด็ก วิสัญญีแพทย์
       ฝ่ายวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยแก่ ดร.เอดวาร์ดโด ยูโก้ ซูซูกิ และ รศ.ดร.บุญศิวา บูรณสถิตย์พร อาจารย์ประจำภาควิชาทันตกรรมจัดฟัน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการศึกษาการควบคุมขบวนการผ่าตัดกระดูกรองรับฟันทั้งสามมิติโดยการใช้ทวินแทรกดิสแทรกชั่น ร่วมกับการใช้หมุดเกลียวขนาดเล็กทางทันตกรรมจัดฟัน เพื่อรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่และผู้ป่วยที่มีความผิดปกติอื่นๆ
        ดิสแทรกชั่น ออสทิโอเจนีซีส เป็นขบวนการทางชีวกลศาสตร์ที่อาศัยการให้แรงดึงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการยืดของกระดูกอย่างช้าๆ จากการสร้างกระดูกใหม่ นักวิจัยได้ทำการคิดค้นเครื่องมือที่ใช้ในการเคลื่อนฟันและกระดูกฐานรองฟันเพื่อปิดช่องเพดานโหว่ซึ่งเรียกว่า ทวินแทรกดิสแทรกชั่น รวมทั้งวิธีการประเมินและปรับแรงดึงที่ใช้ตลอดขั้นตอนการยืดกระดูก เพื่อการพัฒนาโปรโตคอลสำหรับวิธีการทางดิสแทรกชั่น ออสทิโอเจนีซีส โดยอาศัยทวินแทรก ดิสแทรกชั่น
        ในการศึกษานี้ ทำการสร้างกลไกที่ไม่ซับซ้อนเพื่อวัดและปรับแรงดึงที่สายดึง ซึ่งเชื่อมต่อกับสกรูที่ใช้ในการดึงของเครื่องมือ rigid external distraction ทั้งสองข้าง ทำการวัดแรงก่อนและหลังการดึงในขบวนการดิสแทรกชั่น ออสทิโอเจนีซีส โดยใช้เครื่องวัดแรง Shimpo ในผู้ป่วย 10 ราย โดยให้แรงดึงยืดกระดูกวันละ 2 ครั้ง
       จากการศึกษาพบว่าในช่วงที่มีการให้แรงดึงยืดกระดูก แรงดึงจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ ในขณะที่ปริมาณการเคลื่อนของกระดูกขากรรไกรบนจะลดลง ผู้ป่วยรายงานความเจ็บปวดและความไม่สบายในช่วงที่แรงดึงสูง กลไกนี้ทำให้สามารถวัดแรงยืดกระดูกได้โดยตรง และสามารถปรับแรงดึงได้ขณะทำการดึงยืดกระดูกขากรรไกรบนด้วย แรงดึงที่มีรูปแบบที่ไม่สมดุลที่พบทำให้ทราบถึงความจำเป็นที่ต้องปรับแรงในผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อควบคุมอาการเจ็บปวดและอาการอื่นๆ ทางคลินิก
       วิธีการนี้สามารถนำมาใช้ในการควบคุมขบวนการผ่าตัดกระดูกรองรับฟันโดยการใช้ทวินแทรกดิสแทรกชั่น ร่วมกับการใช้หมุดเกลียวขนาดเล็กทางทันตกรรมจัดฟันได้อย่างประสบความสำเร็จ ปัจจุบันได้มีการนำวิธีดังกล่าวไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ที่เข้ารับการรักษาโดยวิธีการดิสแทรกชั่น ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมทั้งที่โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
       รศ.ดร.บุญศิวา กล่าวเสริมว่า วิธีการดังกล่าวนอกจากใช้กับผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่แล้ว ยังสามารถใช้กับผู้ป่วยทั่วไปที่ประสบอุบัติเหตุ หรือมีปัญหาต้องผ่าตัดขากรรไกร รวมทั้งมีความผิดปกติอื่นๆ เช่น ขากรรไกรเล็กมาก และผู้ป่วยโรคปริทันต์ด้วย …
วันที่ 21 มีนาคม 2553 04:00 

ที่มา   http://www.bangkokbiznews.com

[post:25 มีนาคม 2553 11:13:34] (view: 330)