ข่าวเด่น

ข่าวเด่น


อบรมอาหารสำหรับผู้สูงอายุ 30 มิ.ย. นี้




ศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  อบรมอาหารสำหรับผู้สูงอายุ ในวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องของอาหารสำหรับผู้สูงอายุ และได้ทดลองฝึกภาคปฏิบัติในการทำอาหารสำหรับผู้สูงอายุ และสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับประทานอาหารที่สุขลักษณะและมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมกับวัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจินดา ศรีวัฒนะ คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลกได้ให้ความหมายของผู้สูงอายุว่า หมายถึง ผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้น ผู้สูงอายุมีความต้องการพลังงานลดลงจากวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากปริมาณกล้ามเนื้อและมวลกล้ามเนื้อที่ลดลง  การลดลงของมวลกล้ามเนื้ออาจเนื่องมาจากการใช้พลังงานสำหรับการประกอบกิจกรรมในชีวิตประจำวันและอัตราการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ๆ ลดลง อัตราการเผาผลาญอาหารลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ความต้องการสารอาหารอื่น ๆ รวมทั้งวิตามินและเกลือแร่ไม่ลดลง ยกเว้นความต้องการธาตุเหล็ก ในการบริโภคอาหารของผู้สูงอายุต้องคำนึงถึงคุณภาพของอาหาร  โดยให้พลังงานลดลง แต่ได้สารอาหารครบถ้วน  ประกอบไปด้วย สารอาหารโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร  เกลือแร่และวิตามินในปริมาณที่เหมาะสม  โดยอาหารที่ผู้สูงอายุควรได้รับทุกวันควรเป็นอาหารต่อไปนี้  เนื้อสัตว์  เนื้อปลาและเนื้อไก่จะมีความนุ่มมากกว่าเนื้อชนิดอื่น แต่ ควรระวังก้างปลา เนื่องจากการเคี้ยว การกลืน ไม่ดีเท่าในวัยหนุ่มสาว การปรุงเนื้อสัตว์ทุกชนิด ควรปรุงให้นุ่มพอที่จะเคี้ยวได้ด้วย ถั่วเมล็ดแห้งควรปรุงสุกโดยการต้มให้เปื่อยนุ่ม ผู้สูงอายุควรได้รับผักและผลไม้ทุกวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินและเกลือแร่ และควรต้มหรือนึ่งให้สุกก่อน ผลไม้ควรเป็นผลไม้ที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม เคี้ยวง่าย เช่น มะละกอสุก กล้วยสุก แตง  โม ส้ม น้ำผลไม้ ส่วนผลไม้ที่มีเนื้อแข็งควรนำมาปั่นหรือบดให้ละเอียดก่อน ข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์ เช่น ข้าวสวย ข้าวต้ม ข้าวเหนียว ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ ขนมปัง ควรได้รับพอสมควร วันละ 3-4 ถ้วยตวง ในผู้สูงอายุควรได้รับน้ำดื่มวันละ 30-35 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตร คณะอุตสาหกรรมเกษตร จึงได้จัดฝึกอบรมในหลักสูตรเชิงปฏิบัติการในเรื่อง อาหารสำหรับผู้สูงอายุขึ้น ในวันที่ 30 มิถุนายน 2560 เวลา 08.30-16.30 น. ณ คณะอุตสาหกรรมเกษตร  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เพื่อให้ผู้สูงอายุ ผู้ที่ทำหน้าที่ในการดูแลผู้สูงอายุ  และผู้สนใจทั่วไป  ได้รับทราบถึงข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาหารที่ผู้สูงอายุควรจะรับประทาน และสามารถประยุกต์ดัดแปลงอาหารในเมนูที่หลากหลาย ทำให้ผู้สูงอายุได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพทางโภชนาการ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของผู้สูงอายุ

ในการอบรมครั้งนี้ จะเป็นการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันได้ โดยจะมีการบรรยาย เรื่อง พื้นฐานการจัดการอาหารสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งจะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารหลัก 5 หมู่  และความต้องการสารอาหารในผู้สูงอายุ การประเมินภาวะโภชนาการในผู้สูงอายุ หลักการจัดการอาหารสำหรับผู้สูงอายุ  ข้อควรพิจารณากำหนดอาหารสำหรับผู้สูงอายุ กระแสแนวโน้มของอาหารเพื่อการชะลอวัยสำหรับผู้สูงอายุ รวมทั้งเทรนด์อาหารสมัยใหม่สำหรับผู้สูงอายุ นอกจากนี้ผู้เข้าอบรมยังจะได้ลงมือปฏิบัติการเมนูอาหารเพื่อสุขภาพของผู้สูงอายุ ซึ่งจะเป็นเมนูอาหาร 1 ชนิด และขนม 1 ชนิด

     ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมอบรมโดยสามารถสมัครและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  ศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร. 0-5394-8280 และ 08-1030-3077 e-mail : absc.cmu@gmail.com หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.agro.cmu.ac.th  www.facebook.com/absc.cmu ค่าลงทะเบียนคนละ 200 บาท รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2560
        
สารอาหารที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ

สารอาหารโปรตีน  พลังงานที่ควรได้รับจากโปรตีนควรเท่ากับร้อยละ ๑๒-๑๕ ของพลังงานที่ควรได้รับต่อวัน  หรือบริโภคเนื้อสัตว์วันละไม่เกิน 180-210 กรัม  แหล่งของอาหารโปรตีนที่ผู้สูงอายุควรรับประทานได้แก่  เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาและไก่ที่เลาะหนังออก นม ถั่วต่าง ๆและผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น เต้าหู้ น้ำนมถั่วเหลือง  ไข่ เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูง เหมาะกับผู้สูงอายุโดยเฉพาะไข่ขาว ซึ่งมีปริมาณไขมันน้อยกว่า ไข่แดง ให้รับประทานสัปดาห์ละ 2-3 ฟอง  และพบว่าผู้สูงอายุขาดวิตามินบี12 เนื่องจากผู้สูงอายุไม่รับประทานเนื้อสัตว์เพราะเหนียว เคี้ยวยาก และกลัวการได้รับไขมันกับโคเลสเตอรอลจากเนื้อสัตว์ ควรคำนึงถึงความสามารถในการย่อยอาหารโปรตีนด้วย เนื่องจากเมื่อคนเรามีอายุเพิ่มขึ้น ความสามารถในการย่อยและดูดซึมอาหารโปรตีนกลับลดลง หากรับประทานโปรตีนมากเกินความต้องการของร่างกาย  จะเกิดผลเสียต่อร่างกายโดยจะไปเพิ่มภาระการทำงานของไต  และเนื่องจากในผู้สูงอายุการทำงานของไตจะลดลงมากกว่าร้อยละ 50 เมื่อเปรียบเทียบกับวัยหนุ่มสาว  แต่การขาดโปรตีนในผู้สูงอายุเป็นสาเหตุหนึ่งในการทำให้เกิดบวม คัน เพลีย และภูมิต้านทางลดลง

คาร์โบไฮเดรต สัดส่วนของพลังงานที่ควรได้รับจากคาร์โบไฮเดรตควรจะเป็นร้อยละ 50-60 ของพลังงานทั้งหมดที่ได้รับต่อวัน โดยต้องคำนึงถึงคุณภาพของคาร์โบไฮเดรต  คือ รับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (complex carbohydrate) และใยอาหาร (dietary fiber) เช่น รับประทานข้าว  ข้าวกล้อง ธัญพืช มากกว่าการรับประทานข้าวหรือแป้งที่ผ่านกระบวนการขัดสี  ไขมัน ควรได้ร้อยละ 30 ของพลังงานที่ได้รับต่อวันหรือประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ หลีกเลี่ยงไขมันจากสัตว์ ควรรับประทานน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันรำข้าวควรระวังการกินอาหารที่มีไขมันมากๆ เช่น ปาท่องโก๋ อาหารทอด อาหารที่มีกะทิมาก ๆ เพราะอาจจะทำให้ท้องอืด แน่นท้อง และยังทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

ใยอาหาร ส่วนมากผู้สูงอายุมักประสบปัญหาท้องผูก การป้องกันอาจทำได้โดยการให้บริโภคอาหารที่มีใยอาหารมากๆ ได้แก่ ถั่ว ผัก ผลไม้ชนิดต่าง ๆ ใยอาหารจะช่วยเพิ่มมวลและความนิ่มของอุจจาระ ทำให้การขับถ่ายสะดวกขึ้น ดังนั้นการนำของเสียต่าง ๆ ผ่านลำไส้ออกจากร่างกายจะเร็วขึ้น จึงช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้  ควรบริโภคใยอาหารวันละ 20-35 กรัม  ลดการบริโภคน้ำตาลและน้ำหวาน เนื่องจากทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายหลายประการได้แก่ฟันผุ ภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วน นอกจากนี้การกินอาหารหวานมาก ๆ จะไปลดการบริโภคอาหารจากแหล่งธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ การกินน้ำตาลมาก ๆ ทำให้ตับอ่อนต้องสร้างอินซูลิน (Insulin) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ร่างกายก็ต้องได้รับน้ำตาลเพื่อเพิ่มพลังงานอีก หากเป็นเช่นนี้บ่อย ๆ ครั้งก็จะนำไปสู่การเป็นโรคเบาหวานในที่สุด

เกลือแร่และวิตามิน แร่ธาตุที่ผู้สูงอายุต้องการและมักจะขาดคือ ธาตุแคลเซียมฟอฟอรัสและธาตุสังกะสี ธาตุแคลเซียมและฟอฟอรัสเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูก พบมากในนม ก้อนเต้าหู้ ผักผลไม้ เมล็ดงา กระดูกสัตว์ เช่น ปลาป่นหรือปลากระป๋อง ผู้สูงอายุจึงควรรับประทานนมบ้าง แต่ควรเป็นนมพร่องไขมันเนย หรือนมถั่วเหลืองเพื่อลดปริมาณไขมันที่ไม่จำเป็นออกไป ส่วนธาตุสังกะสีมีความจำเป็นต่อร่างกายหลายระบบโดยเฉพาะผิวหนัง ซึ่งมีมากในอาหารทะเล ปลา เป็นต้น เหล็กเป็นเกลือแร่อีกชนิดหนึ่งที่พบว่ามีการขาดในผู้สูงอายุ และทำให้เกิดโรคโลหิตจาง ซึ่งทำให้ผู้สูงอายุเหนื่อยง่าย ความต้านทานโรคน้อยลง เจ็บป่วยได้ง่าย ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงมีในอาหารทุกชนิด ทั้งเนื้อสัตว์ นม ไข่ ผัก ผลไม้ และธัญพืช แต่ในปริมาณมากน้อยแตกต่างกัน วิตามินที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาจจะขาดได้บ่อยเช่น วิตามินบีหนึ่ง วิตามินอี วิตามินดี และกรดโฟลิค ถ้าผู้สูงอายุท่านนั้นอยู่แต่ในบ้าน  หรือรับประทานอาหารไม่เพียงพอ  การรับประทานอาหารซ้ำๆ เป็นเวลานาน ทำให้ได้รับวิตามินบางชนิดมากเกินไป ก็ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ


รายงาน : ประชาสัมพันธ์ กองกลาง
ข้อมูล : คณะอุตสาหกรรมเกษตร



[post:12 มิถุนายน 2560 10:31:27] (view: 540)

รูปภาพประกอบข่าว

คลิกเพื่อดูรูปขนาดจริง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจินดา ศรีวัฒนะ คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Copyright © 2016 Public Relations Office Chiang Mai University, All rights reserved.