menu
หน้าแรก ข่าวผู้บริหาร ข่าวการวิจัย บุคคลเด่น มช. ข่าวอบรม สัมมนา ดาวน์โหลด ติดต่อเรา บุคลากร
 
มช.เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

          ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์  อังกสิทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวในรายการเล่าสู่กันฟังโดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ว่า ในทุกส่วนภูมิภาคของโลกมีการรวมตัวกันเพื่อพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน แสวงหาความเป็นมิตรภาพ แสวงหาความร่วมมือในการพัฒนา ซึ่งแต่ละประเทศมีขีดความสามารถ หรือขีดของการพัฒนาแตกต่างกันออกไป อาทิ NATO  APEC  ส่วนของทางอเมริกาเหนือ หรือยุโรปที่เป็นสมาชิกของ European Communities  ในส่วนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia)  ซึ่งมีหลายประเทศด้วยกันทั้งประเทศที่อยู่ในลุ่มแม่น้ำโขง ได้มีแนวคิดที่จะรวมกันเป็นกลุ่มเครือข่ายในการที่จะให้ความช่วยเหลือและพัฒนาร่วมกันจึงได้มีการก่อตั้งเป็นเครือข่ายหรือเรียกว่าเป็นสมาคม
 
          เมื่อปี พ.ศ. 2510 ได้เริ่มมีการจัดตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations หรือ ASEAN)  ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration) มีประเทศสมาชิกผู้ก่อตั้งมี 5 ประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และ ไทย  ประเทศผู้ร่วมก่อตั้งเห็นว่าการตั้งองค์กรความร่วมมือระดับภูมิภาคน่าจะมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดความขัดแย้ง และส่งเสริมการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ปฏิญญากรุงเทพฯ กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์สำหรับอาเซียน 7 ประการ ได้แก่

1. ส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางสังคมและวัฒนธรรม
2. ส่งเสริมการมีเสถียรภาพ สันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค
3. ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิชาการ วิทยาศาสตร์ และด้านการบริหาร
4. ส่งเสริมความร่วมมือซึ่งกันและกันในการฝึกอบรมและการวิจัย
5. ส่งเสริมความร่วมมือในด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม การค้า การคมนาคม การสื่อสาร และการปรับปรุงมาตรฐานการดำรงชีวิต
6. ส่งเสริมการมีหลักสูตรการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
7. ร่วมมือกับองค์กรระดับภูมิภาคและองค์กรระหว่างประเทศ

          ในเวลาต่อมาได้มีประเทศต่างๆ เข้าเป็นสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม เข้าเป็นสมาชิกเมื่อปี พ.ศ. 2527 เวียดนาม ปี พ.ศ. 2538 ลาว และพม่า ในปี พ.ศ. 2540 และกัมพูชา ปี พ.ศ. 2542 ตามลำดับ ทำให้อาเซียนมีสมาชิกครบ 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาเซียนเริ่มมีบทบาทสำคัญที่เข้ามาเกี่ยวพันกับเรื่องของการพัฒนาความร่วมมือซึ่งกันและกันในกลุ่มของประเทศอาเซียนด้วยกัน จะเห็นได้ว่าเมื่อมีความขัดแย้งต่างๆ จะใช้อาเซียนเป็นเวทีในการพูดคุยกันเพื่อแสวงหาความร่วมมือ แสวงหาความเป็นสันติร่วมกัน  ปัจจุบันเรามีเลขาธิการอาเซียนที่เป็นคนไทย คือ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ และประธานอาเซียนท่านปัจจุบัน คือ ผู้แทนจากประเทศอินโดนีเซีย

         อาเซียนเองไม่ได้มีเพียง 10 ประเทศ แต่มีประเทศที่จะเข้าร่วมทั้ง อาเซียน+1 คือ ประเทศติมอร์เลสเต ซึ่งในอนาคตอาจจะเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนเช่นเดียวกัน ที่สำคัญคือประเทศที่อยู่ห่างไกลออกไปที่มีศักยภาพ มีส่วนที่จะร่วมในการพัฒนาอาเซียนด้วยกัน อาเซียน+3 รวมถึงประเทศที่มีการพัฒนาอย่างมากขณะนี้ คือ ประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี  และอีกส่วน คือ ความร่วมมือทางด้านภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก NATO  APEC  European Communities ต่างมีส่วนที่สัมพันธ์กับเครือข่ายอื่นด้วยจึงเกิดความร่วมมือในด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ( ASEAN  Regional Forum หรือ ARF) และยังมีการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit)

          ส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภารกิจบริบทของมหาวิทยาลัย คือ เรื่องของการศึกษา  ในข้อตกลงหรือการประชุมร่วมกันหลายครั้งได้พยายามยกเรื่องการพัฒนาคน พัฒนาทรัพยากรมนุษย์มาเป็นตัวสำคัญในการที่จะต้องได้รับการพัฒนาการร่วมกัน  การพัฒนาทางด้านการศึกษานับเป็นจุดสำคัญที่สมาชิกอาเซียนได้ให้ความสำคัญ การศึกษานับเป็นกลไกสำคัญในการที่จะขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนให้บรรลุวิสัยทัศน์อาเซียนในปี ค.ศ.2020 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญ เพราะในปี ค.ศ.2015 จะมีการพัฒนาเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างแท้จริง

          นอกจากนี้ วิสัยทัศน์ของอาเซียน ในปี ค.ศ.2020 ได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาด้านต่างๆ อาทิ  การศึกษา การเรียนรู้ตลอดชีวิต การฝึกอบรม นวัตกรรม การส่งเสริมการป้องกันคุณภาพการทำงานและการประกอบการ รวมถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ การวิจัย การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายใต้ประเด็นสำคัญคือ ความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนา ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกระบวนการรวมตัวของอาเซียน  การเสริมสร้างขีดความสามารถและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อลดช่องว่างการพัฒนา ดังนั้น ความสำคัญของการพัฒนาทางด้านทรัพยากรมนุษย์ถือว่าเป็นหัวใจ เป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลง

          ในส่วนของการศึกษาดังกล่าวมีหลายประเด็นที่เราจะต้องทำความเข้าใจ  ความร่วมมือทางการศึกษานั้นเป็นความมุ่งหวังว่า ในทศวรรษแรกของการก่อตั้งอาเซียน  เมื่อมีการจัดการศึกษาเกิดขึ้นจะต้องมีการพัฒนา มีความร่วมมือ วางรากฐาน การปรับตัวเข้ากับโครงสร้างของอาเซียน

          ความมุ่งหวังของอาเซียน ว่าในปี ค.ศ. 2015 หรือปี พ.ศ.2558 การจะเปิดเขตเสรีทางการค้า  เปิดเสรีทางการศึกษาจะเกิดขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งได้มีการกำหนดแผนงานในการดำเนินงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การศึกษาวัฒนธรรม  การเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกันในแต่ละประเทศ ตลอดจนเรื่องการจัดการศึกษาที่จะเกิดขึ้นจะเน้นเรื่องการศึกษาให้ทั่วถึงและมีคุณภาพ ประชาชนมีโอกาสในการศึกษา ประชาชนหรือพลเมืองของแต่ละประเทศมีโอกาสในการศึกษาข้ามประเทศ  ตรงนี้นับเป็นจุดสำคัญของการศึกษาที่มหาวิทยาลัยในประเทศไทยต้องศึกษาและทำความเข้าใจ

          ศ.ดร.พงษ์ศักดิ์  อังกสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะต้องเตรียมตัวให้พร้อม ต้องทำความเข้าใจกับกฎบัตรอาเซียน ระเบียบของอาเซียน แนวทางในการพัฒนาการศึกษาของอาเซียนว่าจะมีพัฒนาการอย่างไร และเราจะดำเนินการกันอย่างไร เพราะว่าความร่วมมือต่างๆ จะเกิดขึ้นตามมา การที่เราต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกันในอาเซียนจะเกิดขึ้น ทำอย่างไรเราจะติดตามสถานการณ์ตรงนี้ได้  ฉะนั้นการศึกษาอย่างทั่วถึงย่อมเป็นการเปิดโอกาสในประชาชนเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ทั้งด้านการศึกษา การพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่จะต้องดำเนินการต่อไป

          สำหรับการแลกเปลี่ยนอาจารย์ นักศึกษา หลังจากปี พ.ศ. 2558 ไป น่าจะเป็นลักษณะการทำความร่วมมือกัน คือ การเดินทางไปมาหาสู่กันในลักษณะที่ไม่มีวีซ่า เป็น VISA FREE ZONE หรือ เป็นเขตที่ไม่ต้องขอวีซ่า หมายความว่าเราสามารถที่จะติดต่อประสานงาน ทำงานด้วยกันได้อย่างไม่มีขีดจำกัดด้านกฎระเบียบต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง   ฉะนั้นการแลกเปลี่ยนคณาจารย์ นักศึกษา การเรียนร่วมกันระหว่างประเทศข้ามประเทศ การทำงานวิจัยร่วมกันของคณาจารย์ การร่วมกันพัฒนาบ้านเมือง พัฒนาร่วมกันในเชิงของบริการวิชาการก็สามารถทำได้ ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กำลังติดตามศึกษาว่ามีประเด็นไหนบ้างที่ควรจะต้องเตรียมการ

          การดำเนินการในการศึกษา นอกจากเรื่องการแลกเปลี่ยน ต้องมีการกำหนดงบประมาณ ทุนการศึกษา ทุนวิจัยร่วมกัน ในการที่จะต้องมาเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน จุดนี้จะเป็นเรื่องของการที่จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี เกิดการพัฒนาการ เพราะในความเข้าใจหรือในความคิดของพวกเรานั้นถือว่าการศึกษา การพัฒนาทางด้านวัฒนธรรมเป็นจุดสำคัญที่จะเชื่อมโยงก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเป็นอย่างดียิ่งในอนาคต  และในอนาคตจะเป็นลักษณะการเรียนการสอนการวิจัยร่วมกัน มีโปรแกรมร่วม มีดีกรีร่วม  ที่เรียกว่า Join Degree Program การศึกษาในส่วนอื่นๆ จะเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาษาท้องถิ่นระหว่างประเทศต่อประเทศ ภาษาไทย ภาษาลาว เขมร เวียดนาม ในอนาคต ภาษาอังกฤษจะเป็นภาษาทางการของอาเซียน เป็นภาษาเชื่อมโยงความสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจร่วมกันนั่นเอง การพัฒนาในส่วนของการศึกษาไม่เฉพาะอุดมศึกษาเท่านั้น แต่รวมถึงระดับโรงเรียน ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจร่วมกันในอนาคตต่อไป

          อธิการบดีกล่าวในตอนท้ายว่า ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศในกลุ่มอาเซียน มีโครงการแลกเปลี่ยน มีโครงการให้ทุน มีโครงการร่วมทุน มีโครงการรับทุน การทำงานร่วมกันในการพัฒนาคณาจารย์ นักศึกษามาโดยตลอด  มีคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จำนวนมากที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เป็นต้น 

          ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่อยู่ในอาเซียน ทั้งหมด 6 ประเทศด้วยกัน ประกอบด้วย เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ในอนาคตเรามีเป้าหมายที่จะทำความร่วมมือกับบรูไนดาลุสซาลาม  ครั้งหลังสุดได้เดินทางไปมหาวิทยาลัยสุภานุวงศ์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  เนื่องจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีโครงการความร่วมมือในการที่จะช่วยเหลือ สนับสนุนการพัฒนามหาวิทยาลัยสุภานุวงศ์ตามนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้มีส่วนร่วมรับผิดชอบ  และกัมพูชาได้มีมหาวิทยาลัยที่ทำงานร่วมกันทางด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ เป็นต้น ทางพม่าแต่เดิมมีความสัมพันธ์เรื่องการวิจัยการพัฒนาการ  ด้านมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ตลอดจนเวียดนาม มีหลายมหาวิทยาลัยที่เราทำงานด้วยกันมาโดยตลอด และอินโดนีเซียนับเป็นส่วนที่สำคัญ เพราะมหาวิทยาลัยหลายแห่งในอินโดนีเซีย เมื่อ 2 ปีที่แล้วก็มาประชุมร่วมกันในการทำความตกลงในการที่จะทำงานร่วมกัน

          การขับเคลื่อนในปัจจุบัน ประเทศไทยในฐานะที่เป็นสมาชิกอาเซียนและเป็นผู้ก่อตั้งมาตั้งแต่เริ่มจะต้องคิดถึงส่วนที่เราจะต้องพัฒนาตัวเอง เตรียมตัวเองที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้นนั่นเอง  ในการให้ข้อมูลการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน ในเป้าหมายของการพัฒนาทางการศึกษาและวัฒนธรรมของอาเซียนนั้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะต้องทำความเข้าใจและต้องมีความพร้อมให้มากขึ้น  เพราะฉะนั้นระยะเวลาต่อไปนี้ เราจะพูดถึงพัฒนาการในภูมิภาคอาเซียน การที่จะทำความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาและวัฒนธรรมไปด้วยกัน  ซึ่งในโอกาสต่อไปจะได้นำส่วนอื่นๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญในข้อตกลงในการทำงานร่วมกันของอาเซียนมาให้รับทราบต่อไป

-------------------------------------------------------------------------

[post:07 มิถุนายน 2554 09:51:58] (view: 424)