ข่าวการวิจัย/นวัตกรรม

ข่าวการวิจัย/นวัตกรรม


คณะแพทย์ มช. พร้อมรับการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ


��������� รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ นิเวศน์ นันทจิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การวางนโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ Medical Hub ให้ได้ภายในปี 2553-2557 นับเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยยกระดับให้การแพทย์ของประเทศไทยให้พัฒนาขึ้น เพราะการที่ประเทศไทยจะเป็น Medical Hub ได้จะต้องสร้างมาตรฐานการดูแลรักษาพยาบาลและพัฒนาความก้าวหน้าทางการแพทย์ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศด้วย

��������� จังหวัดเชียงใหม่มีวัฒนธรรมเก่าแก่ และอัตลักษณ์ล้านนาเป็นที่น่าชื่นชม เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพพร้อมทีจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์ การศึกษา การเกษตร มีการคมนาคมสะดวก มีภูมิประเทศสวยงาม อากาศดี ประชาชนมีจิตโอบอ้อมอารี เป็นมิตรกับผู้มาเยือน� สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว และผู้ประสงค์จะพักอาศัยระยะยาวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติได้ง่าย ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีต่อการพัฒนาให้เป็น MedicaI Hub ที่มีศักยภาพ ประกอบกับในปัจจุบันมาตรฐานด้านการแพทย์ไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศใดๆ ค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ยังถูกกว่า และยังมีคุณค่าเพิ่มเติมจากความมีน้ำใจและการมีใจรักการให้บริการของคนในประเทศไทยอีกด้วย ทำให้แต่ละปีมีชาวต่างชาติใช้บริการการแพทย์ในเมืองไทยไม่ต่ำกว่าปีละ 4 ล้านคน และจะเพิ่มมากขึ้นหากมีการเร่งรัดการพัฒนา�

��������� คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตระหนักถึงประโยชน์ในการยกระดับมาตรฐานการแพทย์ และผลกระทบทุกด้านที่เกิดขึ้นเช่นกัน คณะฯได้พยายามหาทางออกที่เหมาะแก่การเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ให้บริการประชาชนทั่วภาคเหนือและกำลังจะก้าวไปสู่การเป็น Medical Hub

��������� ทางด้านนโยบายของคณะฯ ในเรื่องของ MedicaI Hub นั้น คณะฯมีนโยบายในการพัฒนา MedicaI Hub ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือ โดยการส่งเสริมบทบาทของประชาชนในการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง การให้ความรู้เรื่องพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่เหมาะสม การส่งเสริมให้โรงพยาบาลทุกระดับให้เป็นที่พึ่งเบื้องต้นแก่ประชาชน การฟื้นฟู อนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดส่งระบบผู้ป่วยไปกลับอย่างมีประสิทธิภาพและการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความเชี่ยวชาญในระดับสูง สามารถให้บริการในระดับตติยะภูมิได้เต็มความสามารถ สร้างความร่วมมือและพัฒนาระบบเครือข่ายการให้บริการใน MedicaI Hub กับทุกภาคส่วน ดังนี้

��������� 1.ให้ความสำคัญต่อผู้ป่วยชาวไทยเป็นอันดับแรก คณะฯให้ความสำคัญต้องการสร้างเครือข่ายกับโรงพยาบาลทุกระดับ พัฒนาการส่งต่อผู้ป่วยทั้งไปและกลับให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาพยาบาลร่วมกัน ตามศักยภาพที่เหมาะสมของโรงพยาบาลในแต่ละระดับ กระจายการบริการรักษาพยาบาลยังโรงพยาบาลทุกระดับ และเปิดโอกาสให้คณะฯได้พัฒนาอาจารย์แพทย์เพื่อให้การรักษาพยาบาลในระดับตติยภูมิที่เต็มประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็สามารถเป็นพี่เลี้ยงแก่โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลชุมชนได้อย่างคล่องตัว

��������� 2. คณะ ฯจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการการแพทย์ได้อย่างทั่วถึง มีทางเลือกที่เหมาะสม และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนในการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง ได้แก่ การสร้างศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ทางเลือก และการแพทย์ผสมผสาน เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมบทบาทของภูมิปัญญาไทย สร้างศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่จะเข้าสู่ประชาคมผู้สูงอายุในเร็ววัน การให้ความรู้ในเรื่องพฤติกรรมการดำรงชีพ เช่น การรับประทานอาหารที่อาจเกิดโทษ การให้ความรู้เรื่องโภชนาการแก่ผู้ป่วยประเภทต่างๆ เเละมีการพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีที่ทันสมัยไปในเวลาเดียวกัน

��������� 3. คณะฯพัฒนาโรงพยาบาลของคณะฯ ให้มีความเป็นเลิศในหลายด้าน กล่าวคือ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่มีบทบาทส่งเสริมการเรียนการสอน การให้บริการแก่ประชาชนและเป็นศูนย์รวมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกสาขา� ศูนย์ศรีพัฒน์มีบทบาทหลักในการให้บริการที่คล่องตัวและคุณภาพสูง และจัดสร้างศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อส่งเสริมการวิจัยเพื่อเป็นฐานของการพัฒนาด้านการแพทย์อย่างยั่งยืน

��������� 4. คณะฯพร้อมที่จะพัฒนาตนเองไห้เป็น MedicaI Hub ที่มีลักษณะเฉพาะ มีมาตรฐานการรักษาพยาบาลสูง เป็นศูนย์กลางการแพทย์นานาชาติ ที่สามารถประสานงานกับหน่วยงานต่างๆทั้งในภาครัฐและเอกชน พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และมีทิศทางการพัฒนาที่สอดรับกับทุกภาคส่วนในเชียงใหม่ต่อไป

��������� การพัฒนาเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการแพทย์ (Medical Hub) เป็นหนึ่งในโครงการ สร้างเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์และศูนย์การผลิตและจัดส่งสินค้าทางการ เพื่อต่อยอดวิสัยทัศน์เชียงใหม่เมืองสร้างสรรค์ หรือ Chiang Mai Creative City ให้ชัดเจนและเกิดประโยชน์อย่างแพร่หลายต่อประชาชนในอนาคตอันใกล้นี้.



[post:16 มีนาคม 2555 15:54:14] (view: 10)

Copyright © 2016 Public Relations Office Chiang Mai University, All rights reserved.