บุคคลเด่น มช.

บุคคลเด่น มช.


มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญากิตติมศักดิ์ แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ



���� สภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ขอพระราชทานฯ ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เศรษฐศาสตร์) แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้รับแจ้งจากราชเลขานุการ ในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถว่า ทรงขอบใจ และจะพระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาบัตรฯ ดังกล่าวในโอกาสอันควรต่อไป คำประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เศรษฐศาสตร์)

คำประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติคุณ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ในโอกาสที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย
ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เศรษฐศาสตร์)


���� สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นพระมหาราชินีผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ทรงเป็นพระแม่ แห่งชาติของชาวไทยที่มีน้ำพระราชหฤทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาคุณ พระกรุณาธิคุณ พระขันติคุณ ทรงเพียบพร้อม ด้วยพระราชจริยาวัตรอันงดงามตามขัตติยราชประเพณี ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจน้อยใหญ่นานัปการ ทั้งในฐานะ “พระผู้เป็นที่พึ่งของปวงชนชาวไทย และในฐานะ “คู่บุญ คู่พระราชหฤทัย” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ ทั้งโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเสด็จพระราชดำเนิน เป็นการส่วนพระองค์ ทรงเยี่ยมเยียนดูแลทุกข์สุขของราษฎรในชนบทท้องถิ่นทุรกันดารต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาค ทรงพระราชอุตสาหะวิริยะประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองนานานัปการ แม้ตรากตรำ พระวรกายก็มิได้ทรงย่อท้อ ล้วนเป็นไปเพื่อความอยู่ดีมีสุข และประเทศชาติมีความร่มเย็น ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างตระหนักซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้

���� นับตั้งแต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถได้ทรงดำรงพระราชอิสริยศพระราชินีเคียงคู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงเยี่ยมราษฎรตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาค ทรงเห็นว่าในภูมิภาคต่าง ๆ มีศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านแขนงต่าง ๆ ที่แสดงเอกลักษณ์และมรดกศิลป วัฒนธรรมอันล้ำค่าสืบทอดต่อกันมาหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นงานจักสาน ถัก ทอ วาด ปั้น และประดิษฐ์ จึงทรงมีพระราชดำริให้ฟื้นฟูงานศิลปหัตถกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้แก่ราษฎร เช่น การประดิษฐ์สิ่งของจากป่านศรนารายณ์ การประดิษฐ์ดอกไม้จากเศษผ้าฝ้าย ผ้าไหม การทอผ้าไหม ผ้าจก ผ้ามัดหมี่ ผ้าแพรวา ผ้าฝ้ายลายขิต ผ้ายกดอกลวดลายต่าง ๆ การจักสานย่านลิเพา การทอเสื่อกก เสื่อกระจูด การทำเครื่องถมเงิน เครื่องถมทอง การทำตุ๊กตาชาววัง� การแกะตัวหนังตะลุง การแกะสลักไม้ การแกะสลักหินอ่อน การปั้น การบรรจุภัณฑ์ งานช่างไม้ งานช่างหวาย การเขียนลาย การทำคร่ำ การตกแต่งด้วยปีกแมลงทับ การเย็บปักถักร้อย อาชีพเสริมต่าง ๆ เหล่านี้ได้วิวัฒนาการมาเป็นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งศูนย์ศิลปาชีพขึ้นในปี พ.ศ.2519 พระราชทานชื่อว่า “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษ ในพระบรมราชูปถัมภ์” ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” และทรงรับเป็นองค์ประธานมูลนิธิ

���� มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน ดังนี้
1.��� เพื่อยกระดับการครองชีพของราษฎรชนบททั่วประเทศ
2.��� เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟูและพัฒนาศิลปหัตถกรรมไทย ซึ่งชาวชนบทไทยได้สร้างสรรค์ รักษารูปแบบสืบไว้ เพื่อประโยชน์ใช้สอยในครัวเรือน
3.��� เพื่อให้ราษฎรไม่ต้องทิ้งถิ่นฐาน อพยพไปหางานทำตามเมืองใหญ่
4.��� เพื่อเปลี่ยนอาชีพของราษฎรที่ตัดไม้ทำลายป่า ล่าสัตว์ หรือปลูกพืชผิดกฎหมาย
5.��� เพื่อเสริมสร้างความนิยมไทยแก่ประชาชนชาวไทยทั้งปวง

���� การบริหารงานของมูลนิธิฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงรับพระราชภาระในการ ดำเนินการทุกอย่าง ตั้งแต่จัดหาครูสอน พระราชทานวัสดุอุปกรณ์ ค่าแรง รางวัลสำหรับผู้มีผลงานดีเด่น ทรงหาตลาด และจัดจำหน่าย ในร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลายแห่ง อาทิ ร้านจิตรลดา ร้านศิลปาชีพในพระบรมมหาราชวัง ร้านศิลปาชีพ 904 ร้านศิลปาชีพบางไทร และร้านศิลปาชีพในศูนย์ศิลปาชีพในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งในแต่ละศูนย์ศิลปาชีพ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปิดสอนศิลปหัตถกรรมหลายประเภทให้แก่บุตรหลานของราษฎรผู้ไร้ที่ทำกิน และผู้ยากจนได้เข้ามารับการฝึก โดยได้รับเบี้ยเลี้ยงและเงินเดือน จัดยานพาหนะในการเดินทางไปกลับ จัดที่พักอาศัย รวมถึงการจัดอบรมและทัศนศึกษาตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในประเทศ และในคราวใดที่ทรงเสด็จแปรพระราชฐาน ไปประทับแรมเพื่อทรงเยี่ยมราษฎร จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามผลงานและพระราชทานกำลังใจให้แก่ สมาชิกศิลปาชีพ หมุนเวียนไปทั่วประเทศ รวมทั้งโปรดที่จะใช้สอยผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพทุกชนิดเพื่อเป็นตัวอย่าง แก่ราษฎร

���� สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเห็นคุณค่า ความงดงาม และความประณีตของฝีมือคนไทย ในการทอผ้าไหมพื้นเมือง จึงทรงมีพระราชดำริให้มีหน่วยงานรับผิดชอบด้านผ้าไหมโดยตรง คือ สถาบันหม่อนไหม แห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ต่อมา ได้ยกฐานะเป็นกรมหม่อนไหม สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสนองพระราชประสงค์ในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย และส่งเสริมอาชีพเสริม ให้แก่ราษฎร� โดยพระองค์จะทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมไทยในทุกโอกาสเพื่อเป็นแบบอย่าง ให้บังเกิดความ ภาคภูมิใจในเกียรติภูมิความเป็นไทย จนเป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและนานาอารยประเทศ องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ได้ขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายเหรียญทองโบโรพุทโธ แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อเทิดพระเกียรติที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในการอนุรักษ์ และพัฒนางานศิลปหัตถกรรม อันถือเป็นมรดกล้ำค่าของมวลมนุษยชาติ และยังช่วยให้ราษฎรมีรายได้สม่ำเสมอ สามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างต่อเนื่อง โดยผู้อำนวยการใหญ่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่ง สหประชาชาติได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในคราวที่ทรงเสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน “มรดกสิ่งทอเอเชีย หัตถกรรมและอุตสาหกรรม” ณ ศาลาธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันที่ 30 มกราคม 2535 และในวันที่ 2 เมษายน 2536 คณะกรรมการอำนวยการด้านอนุรักษ์มรดกไทยได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย พระราชสมัญญาแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็น “องค์เอกอัครอุปถัมภ์มรดกช่างศิลป์ไทย”

���� ในปี 2545 คณะกรรมการหม่อนไหมระหว่างประเทศ� ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล หลุยส์ปาสเตอร์ แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นผู้ที่ศึกษาพัฒนาและทำคุณประโยชน์ยิ่ง ต่อวงการหม่อนไหมไปสู่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และในปี 2550 ได้ทรงพระราชทานสัญลักษณ์นกยูงไทยเป็น เครื่องหมายรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย 4 ชนิด ได้แก่ ตรานกยูงพระราชทานสีทอง (Royal Thai Silk) ตรานกยูงพระราชทานสีเงิน (Classic Thai Silk)� ตรานกยูงพระราชทานสีน้ำเงิน (Thai Silk) และตรานกยูงพระราชทานสีเขียว (Thai Silk Blend) ปัจจุบันมีการจดทะเบียนตรานกยูงพระราชทานเป็น เครื่องหมายรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยในต่างประเทศไปแล้วรวม 35 ประเทศ ทั้งในยุโรปและเอเชีย เพื่อยืนยันว่าผ้าไหมไทยมีคุณภาพอย่างแท้จริงและเป็นสินค้าส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ สร้างมูลค่านับพันล้านบาท และเมื่อวันที่ 12 กันยายน� 2555 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ เป็นองค์ประธาน ในพิธีเปิดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทยเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555” ณ ศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 7 โดยกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่พระปรีชาสามารถ พระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการ ไหมไทย ตลอดจนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงพระราชทานตราสัญลักษณ์นกยูงไทย เป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ทำให้ประชาชนตระหนักในความสำคัญของอาชีพปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และการทอผ้าไหม อันเปรียบเสมือนมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นสมบัติของ ชาติที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และธำรงไว้สืบไป

���� ด้วยพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงมุ่งมั่นส่งเสริม งานด้านศิลปะและหัตถกรรมทุกแขนงให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรและราษฎรผู้ยากไร้ ได้มีอาชีพเสริมที่มั่นคงและถาวร พระเมตตาคุณและพระเกียรติคุณเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ประกอบกับการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ อันเป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติและ ประชาชนอย่างหาที่สุดมิได้ ดังนั้น ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชสมัญญาแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็น “พระมารดาแห่งไหมไทย” และด้วยพระอัจฉริยภาพล้ำเลิศด้านผ้าไหมไทย ทรงฟื้นฟูงานศิลปะที่แทบจะสูญสิ้นให้กลับมาสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้แก่ชาวไทย ทำนุบำรุงศิลปะไว้เป็น สมบัติศิลป์แห่งแผ่นดินไทย คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย พระราชสมัญญาแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็น “อัคราภิรักษศิลปิน” ซึ่งหมายความว่า ศิลปินยิ่งใหญ่ผู้ปกปักรักษางานศิลปะ ในวาระอันเป็นมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 นี้ด้วย

���� พระราชกรณียกิจนานัปการของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทำให้วิถีชีวิตของราษฎร ทุกเพศ ทุกวัย ทั้งผู้หญิง เด็ก และคนชรา ได้รับการดูแลให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทรงพระราชวินิจฉัยและ พระราชทานคำแนะนำเป็นแนวทางให้ประชาชนมีอาชีพที่มั่นคง มีความสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อันส่งผลสะท้อน ไปถึงประสิทธิภาพของการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ� โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หลากหลายสาขา เป็นผลมาจากพระปรีชาญาณ พระอัจฉริยภาพ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวงแก่การฟื้นฟู งานช่างฝีมือไทย ทั่วทั้งแผ่นดิน เป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ สามารถขจัดความทุกข์ยากของราษฎร ประชาชนผู้ยากไร้ ได้มีอาชีพเสริมที่มั่นคงในหลายสาขา สอดคล้องกับแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานเป็นแนวทางให้แก่ประชาชนในการดำเนินตามวิถีแห่งการดำรงชีพที่สมบูรณ์ ทรงฟื้นฟูเศรษฐกิจ ชุมชนท้องถิ่น และขยายเครือข่ายเกษตรกรรมที่ยั่งยืน อันเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตและบริโภค อย่างพออยู่ พอกินไปจนถึงการแปรรูปอุตสาหกรรม ครัวเรือน สร้างอาชีพ และทักษะวิชาการ ทรงให้ราษฎร ยึดทางสายกลางของความพอดี ในหลักการที่พึ่งพาตนเอง คือความพอดีด้านจิตใจ มีจิตสำนึกที่ดี คำนึงถึงผลประโยชน์ ส่วนรวม ความพอดีด้านสังคม มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ความพอดีด้านทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ ความพอดีด้านเทคโนโลยี รู้จักใช้เทคโนโลยี ที่เหมาะสม และความพอดีด้านเศรษฐกิจ คือ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ดำรงชีวิตอย่างพอสมควร พออยู่ พอกินตามอัตภาพ และฐานะของตนเอง โดยสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม

���� ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตากรุณาห่วงใยราษฎรและประเทศชาติ ยังความผาสุกร่มเย็นและ ความเจริญมั่นคงมาสู่บ้านเมืองและพสกนิกรโดยถ้วนหน้า สมกับที่ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนจากนานาประเทศว่า ทรงเป็นราชินีที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก� พระเกียรติคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ปรากฏขจรขจายไปทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ จึงได้มีสถาบันต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ขอ พระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลประกาศเฉลิมพระเกียรติ และถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์หลายสาขา แด่พระองค์ เป็นจำนวนมาก ด้วยพระราชภารกิจอันหนักเพื่อประชาชนที่ทรงบำเพ็ญมาตลอดระยะเวลา อันเนิ่นนานกว่ากึ่งศตวรรตนี้ ทำให้พระองค์ทรงประทับอยู่ในดวงใจของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า

���� ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ และพระปรีชาสามารถอันเป็นอัจฉริยะดังกล่าว สภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ขอพระราชทานพระราชานุญาตทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เศรษฐศาสตร์) แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ “พระมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย” เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติคุณให้ปรากฏแผ่ไพศาล และเพื่อเป็นเกียรติอันสูงสุดแก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สืบไป



[post:14 มกราคม 2556 11:26:22] (view: 9)

Copyright © 2016 Public Relations Office Chiang Mai University, All rights reserved.