ข่าวการวิจัย/นวัตกรรม

ข่าวการวิจัย/นวัตกรรม


โครงการน้ำเชื้อช้างแช่เย็น แช่แข็ง และการผสมเทียมช้างไทย โครงการดีเด่นของชาติ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2552


���������� สำนักนายกรัฐมนตรี โดยคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ได้พิจารณาคัดเลือกให้ “โครงการน้ำเชื้อช้างแช่เย็น แช่แข็ง และการผสมเทียมในช้างไทย” เป็นโครงการดีเด่นของชาติ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำพุทธศักราช 2552 เพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว�� โดยได้มีการแถลงข่าวผลการคัดเลือก ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน 2552�
���������� พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ พระราชทานรางวัลเกียรติคุณบุคคล หน่วยงานและโครงการดีเด่นของชาติ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2552� ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา
������������ โครงการวิจัยนี้เป็นความร่วมมือระหว่างคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แ ละศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมป์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์� องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จังหวัดลำปาง ซึ่งมี อาจารย์ น.สพ.ดร.สิทธวีร์� ทองทิพย์ศิริเดช� คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการและมีบุคลากรจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้ร่วมโครงการ ประกอบด้วย� ผศ.น.สพ.ดร.ฉัตรโชติ ทิตาราม� อาจารย์ สัตวแพทย์หญิง พรสวรรค์ พงษ์โสภาวิจิตร� อาจารย์ น.สพ.วรุตม์� วงศ์กาฬสินธุ์ และ นางสาวปรัชญารัตน์� ดาราม� อีกทั้งยังมีนายสัตวแพทย์จากสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ เป็นผู้ร่วมโครงการ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นศิษย์เก่าจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนักวิจัยสมทบจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอีกหลายท่าน
���������� นอกจากหน่วยงานหลักของผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยทั้ง 3 แห่งนี้แล้ว ยังมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เป็นผู้ให้การสนับสนุนอีกมากมาย อาทิ� มูลนิธิกองทุนรักษ์ช้าง, ศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้, บริษัท บางกอกอินดัสเตรียลแก๊ส จำกัด , มูลนิธิอมตะ, ปางช้างแม่สา, โรงช้างต้น สวนจิตรลดา,� สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ กรมปศุสัตว์� , สถาบันสมิธโซเนียน ประเทศสหรัฐอเมริกา และ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เป็นต้น
���������� สำหรับเทคโนโลยีเรื่องการผสมเทียมช้างนั้น� ในประเทศอเมริกาและยุโรปเคยประสบผลสำเร็จแล้วจากวิธีการรีดน้ำเชื้อช้างสดจากเพศผู้� แล้วนำไปฉีดเข้าไปในอวัยวะสืบพันธ์เพศเมียที่อยู่ระหว่างการเป็นสัดและตกไข่�� การนำเทคนิคการผสมเทียมช้างเกิดขึ้นมาได้เนื่องจากต่างประเทศไม่นิยมเลี้ยงช้างเพศผู้� สวนสัตว์บางแห่งไม่มีช้างเพศผู้อยู่เลย อันเนื่องมาจากปัญหาการตกมันเป็นประจำทุกปีของช้าง ซึ่งจะแสดงอาการก้าวร้าว ยากแก่การควบคุม ดังนั้นการนำน้ำเชื้อของช้างเพศผู้จากสวนสัตว์หนึ่งไปผสมยังอีกสวนสัตว์หนึ่ง จึงเป็นหนทางการแก้ปัญหาดังกล่าว

������������ปัญหาด้านการผสมเทียมช้างที่พบในยุโรปและอเมริกาคือ เมื่อรีดน้ำเชื้อสดของช้างออกมาแล้วจะมีอายุแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามจะทำน้ำเชื้อช้างแช่แข็งให้ได้ แต่ยังไม่มีประเทศใดทำสำเร็จ ทั้งนี้ได้มีการทำสำเร็จแล้วในสัตว์ประเภทอื่น โดยน้ำเชื้อแช่แข็งดังกล่าวสามารถมีอายุได้นานถึง 30 ปี โดยเก็บไว้ในถังไนโตรเจนเหลว อุณหภูมิติดลบ 196 องศาเซลเซียส
����������� โครงการวิจัยดังกล่าวนี้ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เริ่มเข้ามารีดน้ำเชื้อและเก็บตัวอย่างน้ำเชื้อ ภายในศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เพื่อประเมินคุณภาพน้ำเชื่อทั่ว ๆ ไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 เป็นต้นมา และประสบผลสำเร็จในการทำน้ำเชื้อช้างแช่แข็งเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2545� โดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้สำรวจความสมบูรณ์พันธุ์ของช้างเพศเมียภายในศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย และช้างของปางช้างแม่สา จังหวัดเชียงใหม่โดยเจาะเลือดเช็คฮอร์โมนและเช็ควงรอบการเป็นสัดรวมถึงคำนวณวันตกไข่ เพื่อเตรียมการผสมเทียม และตรวจท้องช้าง
���������� คณะผู้วิจัย ได้ทดลองผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อช้างแช่แข็งเป็นครั้งแรก เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2546 เป็นต้นมา โดยได้ทดลองผสมเทียมกับช้างภายในศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง จำนวน 3 เชือก และที่ปางช้างแม่สา จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 2 เชือก แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจาก ช้างเพศเมียบางเชือกอายุมาก การคำนวณวันตกไข่คลาดเคลื่อน และพบว่าคุณภาพของน้ำเชื้อช้างแช่แข็งนั้นจะลดลงประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นปกติของน้ำเชื้อแช่แข็งที่พบในสัตว์ชนิดอื่น ๆ ด้วย คณะผู้วิจัยจึงได้วางแผนที่จะทดลองผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อสดก่อน เพื่อทดสอบดูว่า เทคนิคการผสมเทียมที่ทำอยู่ถูกต้องหรือไม่ เพื่อพัฒนาเทคนิคตลอดจนเครื่องมืออุปกรณ์การผสมเทียม ซึ่งต้องพัฒนาขึ้นใช้เองให้ดีขึ้น
�������� เมื่อราวต้นปี พ.ศ.2545 คณะนักวิจัยผสมเทียมช้างของประเทศไทย ได้ทำการทดลองผสมเทียมช้างด้วยน้ำเชื้อสด และประสบความสำเร็จ มีช้างตั้งท้องและตกลูกจากแม่ช้างชื่อ “พังขอด” อายุ 28 ปี เป็นช้างของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลแห่งชาติ ได้ทำการผสมเทียมเมื่อวันที่ 8-10 มิถุนายน 2548 โดยใช้น้ำเชื้อจากช้างเพศผู้ชื่อ “จาปาตี” อายุ 14 ปี และประสบผลสำเร็จโดยช้าง “พังขอด” ได้แสดงอาการตั้งท้องจากการผสมเทียม และได้ตกลูกช้างเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2550 เป็นลูกช้างพลาย ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ทุกประการ� และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อลูกช้างพลายที่เกิดจากการผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อช้างสดเชือกแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยและในประเทศที่เป็นถิ่นกำเนิดของช้างเอเชียว่า “พลายปฐมสมภพ” หมายความว่า ช้างพลายเชือกแรกที่เกิดจากการผสมเทียมน้ำเชื้อ
�������� �ขณะนี้ ลูกช้าง “พลายปฐมสมภพ” อาศัยอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมป์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์� องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จังหวัดลำปาง มีอายุได้ 2 ปี 8 เดือนแล้ว ทำให้คณะนักวิจัยไทยถือเป็นคณะแรกของประเทศไทย และเอเชียที่ประสบความสำเร็จในการผสมเทียมช้างด้วยน้ำเชื้อสด



[post:17 ธันวาคม 2552 10:40:35] (view: 171)

รูปภาพประกอบข่าว

คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
1
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
2
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
3ลูกช้างผสมเทียมพลายปฐมสมภพ
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
4
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
5
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
6
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
7
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
8
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่
9

Copyright © 2016 CMU Corporate Communication and Alumni Relations Center (CCARC), All rights reserved.